การดำเนินงานของ สปท.
คณะทำงานภารกิจ ด้านต่างประเทศ
      
  • > ผลการดำเนินงาน คณะทำงานภารกิจฯ ประจำปี

    ผลการดำเนินงานของคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศประจำปีงบประมาณ 2557

                 ในปีงบประมาณ 2557 ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศจำนวน 1 ครั้ง โดยมีหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องตามองค์ประกอบของคณะทำงาน และร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ดังนี้

    1.  พิจารณาจัดทำคำของบรายจ่ายอื่นของแผนภารกิจด้านต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประจำปี

    2.ติดตามการใช้งบประมาณและปรับแผนภารกิจด้านต่างประเทศประจำปีเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    3. รายงานผลการประชุมและความคืบหน้าของการประชุมระหว่างประเทศ ในประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ความคืบหน้า และการดำเนินงานในประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้

                            - รายงานผลการจัดอันดับประเทศไทยตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯมาตรา 301 พิเศษ

            - รายงานผลการประชุม 2nd SOMHD Work Group Meeting on ASEAN Post - 2015
    Health Development Agenda ระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคม 2557

            - รายงานผลการประชุมเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส และแผนปฏิบัติร่วมไทย-สเปน

            - รายงานความคืบหน้าของการจัดทำแผนรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงแผนฯของกระทรวงสาธารณสุข

            - รายงานความคืบหน้าคณะทำงาน (Product Working Group) ต่างๆ ภายใต้ ASEAN  Consultative Committee on Standard and Quality (ACCSQ) รวมทั้งปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อเตรียมท่าทีในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ACCSQ) ครั้งที่ 42 สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

     

     

    ผลการดำเนินงานคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2556

    ในปีงบประมาณ 2556 ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศ จำนวน
    1
    ครั้ง โดยมีหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องตามองค์ประกอบของคณะทำงาน และร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ดังนี้

    1.     พิจารณาจัดทำคำของบรายจ่ายอื่นของแผนภารกิจด้านต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประจำปี 2557 และการติดตามการใช้งบประมาณของแผนภารกิจด้านต่างประเทศประจำปี เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    2.     พิจารณาแผนเตรียมการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งแผนดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
    ปี 2558 ได้แก่

    ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้า บริการ การค้า และการลงทุน

    ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองทางสังคม

    ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์

    ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

    ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ

    ยุทธศาสตร์ที่ 6 การสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักถึงความสำคัญของอาเซียน

    ยุทธศาสตร์ที่ 7 การเสริมสร้างความมั่นคง

    ยุทธศาสตร์ที่ 8 การเพิ่มศักยภาพของเมืองเพื่อเชื่อมโยงโอกาสของอาเซียน

    คณะทำงานฯได้พิจารณาเสนอแผนงาน/โครงการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อจัดทำโครงการรองรับยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้า บริการ การค้า และการลงทุน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และยุทธศาสตร์ที่ 7 การเสริมสร้างความมั่นคง ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่กระทรวงสาธารณสุขจะได้เสนอโครงการให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาต่อไป

     

    3.     รายงานผลการประชุมและความคืบหน้าของการประชุมระหว่างประเทศ ในประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ความคืบหน้า และการดำเนินงานในประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้

                            - รายงานผลการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 4-6 กันยายน 2555 กรุงเทพมหานคร

                            - รายงานผลการประชุม Special COORDINATING COMMITTEE ON THE IMPLEMENTATION OF THE ATIGA (CCA) เมื่อวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2555 เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย

                            - รายงานผลการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ACCSQ) ครั้งที่ 39 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 29-31 ตุลาคม 2555 เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย

     

     

    ผลการดำเนินงานคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2555

     ในปีงบประมาณของคณะทำงานภารกิจด้านการต่างประเทศ 2555 ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศ จำนวน 4 ครั้ง โดยมีหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องตามองค์ประกอบของคณะทำงาน และร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ดังนี้

    1. จัดทำคำของบประมาณประจำปีงบประมาณ 2556

                - พิจารณาแผนภารกิจด้านต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

                - พิจารณาจัดทำคำของบประมาณเพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (กระทรวงสาธารณสุข)

                - พิจารณาจัดทำคำของบประมาณเพื่อสนับสนุนภารกิจต่างประเทศเขตการค้าเสรี (กระทรวงพาณิชย์)

    2. จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ

                - พิจารณาการจัดทำกิจกรรมตามแผนพัฒนายุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา .. 2554-2558

                - พิจารณาจัดทำแผนงาน/โครงการด้านสาธารณสุขเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    3 จัดเตรียมข้อมูล ประเด็น กำหนดท่าที และ รายงานผลการประชุมเจรจาระหว่างประเทศ

    คณะทำงานภารกิจด้านต่างประเทศได้มีการจัดประชุมเพื่อเตรียมข้อมูล ประเด็นและท่าที ทางเลือก และเป้าหมายของการเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ  เพื่อลดปัญหาความไม่เป็นธรรมต่อประเทศคู่ค้า และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย หรือไม่เสียเปรียบต่างประเทศเพื่อให้มีมาตรฐานการปฏิบัติงานในการเจรจาระหว่างประเทศ และในปีที่ผ่านมามีประชุมเตรียมการและกำหนดท่าทีในการประชุมระหว่างประเทศต่างๆ รวมทั้งติดตามรายงานผลการประชุมเจรจาระหว่างประเทศคณะต่างๆ ดังนี้

    3.1 การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ACCSQ) ครั้งที่ 38 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 11-17 มีนาคม 2555 กรุงบันดาร์ เสรี     เบกาวัน ประเทศเนการา บรูไนดารุสซาลาม มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถสรุปได้ ดังนี้

    1. ที่ประชุม ACCSQ เห็นชอบการพัฒนา ASEAN Standards and Conformance Framework ที่เป็นกรอบเชื่อมโยงแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง มาตรฐาน การประเมินความสอดคล้อง และมาตรวิทยา และให้ผนวก  Common Rules for Standards and Conformance ที่มีสาระสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่ หลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การปรับกฎระเบียบรายสาขา  การทำข้อตกลงยอมรับร่วม  หลักเกณฑ์ทั่วไปด้านมาตรฐานและการรับรอง เข้าไปอยู่ใน ASEAN Policy Guidelines for Standards and Conformance (APGSC) ที่ปรับแก้ไข ซึ่งเป็นแนวทางกว้างๆว่าด้วยอาเซียนควรมีการใช้มาตรฐานที่สอดคล้องกับสากล มีการกำหนดหลักปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบของอาเซียน (ASEAN Good Regulatory Practice: ASEAN GRP) มีการใช้ conformity assessment ที่สอดคล้องกัน 

    2. ที่ประชุม ACCSQ เห็นชอบให้ Working Group 2 - Conformity Assessment and Accreditation ร่างข้อดี ข้อเสีย ของ ASEAN Conformity Mark เพื่อให้ที่ประชุม ACCSQ พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 39 ในเดือนตุลาคม 2555 อย่างไรก็ตาม ท่าทีของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ASEAN Conformity Mark คือ ไม่รับ ASEAN Conformity Mark เนื่องจากเห็นว่า ASEAN Conformity Mark ไม่เหมาะสมต่อ health products ได้แก่ ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องสำอาง  และเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากประเด็นของความปลอดภัยรวมถึงระบบการกำกับดูแลของแต่ละประเทศยังไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงระบบการจัดการความเสี่ยงของแต่ละประเทศ

    3. ในการจัดทำ MRA on Prepared Foodstuff  ที่ประชุมรับทราบว่า  ประเทศไทยเต็มใจจะเข้าร่วมจัดทำ MRA on Prepared Foodstuff  แต่จำเป็นต้องขออนุมัติจากรัฐสภาของประเทศไทยก่อนการเข้าร่วมเจรจาให้ข้อคิดเห็นต่อร่างเอกสาร MRA เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย .. 2550 มาตรา 190 โดยประเทศไทยได้มีการทำประชาพิจารณ์ต่อร่างกรอบเจรจาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการขออนุมัติกรอบการเจรจาจากรัฐสภา ซึ่งน่าจะดำเนินการเสร็จภายใน 6 เดือน ซึ่งหากรับทราบผลการอนุมัติ จะแจ้งฝ่ายเลขานุการอาเซียนทราบต่อไป

    4. ที่ประชุมรับทราบว่าคณะทำงานด้านยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (TMHSPWG) มีความคืบหน้าการปรับประสานกฎระเบียบทางเทคนิคในเรื่องการ claim guidelines for TMHS, negative list of active ingredients, maximum levels of vitamins and minerals, limit of contaminants (การปนเปื้อนโลหะหนัก แบคทีเรีย และยาฆ่าแมลง) และ additives and excipients. ขณะที่ในการตกลง เรื่อง ASEAN Regulatory Framework for TMHS จะต้องดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  .. 2550 มาตรา 190  คือ ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติกรอบการเจรจาจากรัฐสภา ดังนั้น ประเทศไทยจึงยังไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวได้

    5. ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดทำ ASEAN Medical Device Directive (AMDD) คือ ร่าง AMDD จะได้รับการรับรองในการประชุมคณะทำงานด้านเครื่องมือแพทย์ (MDPWG) ครั้งที่ 15 เพื่อหารือภายในประเทศต่อไป (national/public consultation) และ AMDD จะถูกนำไปใช้ในกฎหมายระดับชาติของประเทศสมาชิกภายในสิ้นปี .. 2557

    6. ที่ประชุมรับทราบว่า คณะกรรมการเครื่องสำอางอาเซียน ได้หารือถึงมาตรการระหว่างกาล (Interim Measures) ในการเข้าสู่บทบัญญัติเครื่องสำอางอาเซียน และข้อกำหนดเฉพาะของประเทศสมาชิกได้เกิดขึ้นในบางประเทศสมาชิก ซึ่งได้กล่าวถึงช่องว่างในการบังคับใช้และได้หารือในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าว รวมถึงแนวทางการแก้ไข และที่ประชุมเห็นชอบร่าง Term of Reference (ToR) for the ASEAN-China Cooperation on Entry-exit of Cosmetic

    3.2 การประชุม 7th Senior Officials Meeting on Health Development (SOMHD) ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม 2555 เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถสรุปได้ ดังนี้

    1. ความคืบหน้าของคณะทำงาน ASEAN Expert Group on Food Safety (AEGFS) มาเลเซียในฐานะ Lead Country ได้นำเสนอรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของกิจกรรมภายใต้ ASEAN Food Safety Improvement Plan II (2010-2015) และแผนการประชุมของ AEGFS ครั้งที่ 9 ที่เวียดนาม

    2. ความคืบหน้าของ ASEAN Working Group on Pharmaceutical Development (AWGPD) เวียดนามในฐานะประธานการประชุม AWGPD ครั้งที่ 27 ได้รายงานความคืบหน้าและสรุปรายงานการประชุม AWGPD ครั้งที่ 27 เมื่อเดือนธันวาคม 2554 ประเทศเวียดนาม พร้อมด้วยขอให้ที่ประชุมพิจารณาให้การรับรอง Work Plan และ ToR ของ AWGPD และที่ประชุมได้อภิปรายถึงความแตกต่างของคณะทำงานของอาเซียนด้านยา ดังนี้ การดำเนินงานของ AWGPD มุ่งด้านความร่วมมือทางวิชาการเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ในขณะที่คณะทำงานด้านยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (TMHSPWG)  มุ่งด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า กฎระเบียบและการควบคุมผลิตภัณฑ์ตามกฎหมาย ส่วน ASEAN Task Force on Traditional Medicine (ATFTM) นั้นมุ่งด้านการให้บริการทางการแพทย์ในระบบสาธารณสุข  รวมถึงการเรียน การสอนการแพทย์ดั้งเดิม การวิจัย และการส่งเสริมการนำ TM ไปใช้ในการสาธารณสุข  นอกจากนั้นที่ประชุม เสนอให้ทั้ง AWGPD และ ATFTM ควรมีการประสานกันอย่างใกล้ชิด ควรให้งานเสริมซึ่งกันและกันแต่ไม่ซ้ำซ้อนกัน

    3. ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของจีนให้มีการลงนาม ASEAN-China Memorandum of Understanding in Health ในการประชุม ASEAN-China Health Ministerial Meeting ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือนกรกฎาคม 2555 โดยเปลี่ยนผู้ลงนามเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขเป็นผู้ลงนาม สำหรับกรณีประเทศไทย การเปลี่ยนผู้ลงนามสามารถดำเนินการได้โดยมิต้องเสนอร่าง MOU ไปที่คณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการขอเปลี่ยนชื่อผู้ได้รับอำนาจในการลงนามจากรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข

    3.3 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 1/2555 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 7 - 13 กุมภาพันธ์ 2555 กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในด้านมาตรฐานของสินค้าและการประเมินความสอดคล้องของสินค้า ดังนี้

    1. การส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน (Regional Economic Integration, Trade and Investment Liberalization) รัสเซียให้ความสำคัญในประเด็นนี้เพื่ออำนวยความสะดวกการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และร่วมกันพัฒนาปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจ โดยดำเนินการผ่านกิจกรรมเสริมสร้างขีดความสามารถ และ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติอันเป็นเลิศ

    2. การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Strengthening food security ) รัสเซียให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน และเร่งดำเนินการในประเด็นต่างๆ ได้แก่ การเพิ่มความโปร่งใสของตลาดสินค้าเกษตร การติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูล การปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าอาหาร การสร้างความสอดคล้องด้านมาตรฐานสินค้าอาหาร

    3. การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้ (Establishing reliable supply chains) การลดอุปสรรคในห่วงโซ่อุปทานถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคเอเปค และระหว่างเอเปคและภูมิภาคอื่นๆ โดยการแก้ไขปัญหาคอขวดในระบบ การลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนของสินค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูล การเพิ่มขีดความสามารถในการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติและการประสานงานและการจัดการในช่วงเกิดภัยพิบัติ

    4. การสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็งเพื่อสร้างความเจริญเติบโตอย่างมีนวัตกรรม (Intensive Cooperation to Foster Innovation) รัสเซียให้ความสำคัญกับประเด็นนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเอเปคให้เป็นภูมิภาคแห่งการสร้างสรรค์ตามยุทธศาสตร์การเจริญเติบโตรูปแบบใหม่ (APEC New Growth Strategy)

    5. การส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านกฎระเบียบ โดยเห็นชอบให้สมาชิกเอเปคพิจารณานำเอาแนวปฏิบัติที่ดีในการออกกฎระเบียบมาใช้ 3 ด้าน คือ การจัดตั้งกระบวนการ กลไก หรือองค์กร เพื่อทำหน้าที่ประสานการออกกฎระเบียบระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในประเทศ การจัดทำการประเมินผลกระทบของกฎระเบียบ (Regulatory Impact Assessment) การจัดตั้งกลไกหารือสาธารณะ (Public Consultation Mechanism)

                            3.4 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 2/2555 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง
    ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม- 5 มิถุนายน 2555 เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถสรุปได้ ดังนี้

    1. การประชุมคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานและการรับรองของเอเปค ครั้งที่ 2/2555 (Subcommittee on Standards and Conformance :SCSC) และ Conference on Standards and Conformance in the Field of Innovations and Related Good Practices: GRP and Food Safety ที่ประชุมได้รับทราบ

    ความคืบหน้าของข้อเสนอของรัสเซียในการจัดทำแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีในการออกกฎระเบียบ (Action Plan on Best Regulatory Practices) และฐานข้อมูลแนวทางปฏิบัติที่ดีในการออกกฎระเบียบ (Good Regulatory Practice Online Database) โดยขอให้แต่ละเขตเศรษฐกิจให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อเอกสารทั้งสองเรื่องภายในวันที่ 3 มิถุนายน 2555 เพื่อที่จะได้นำข้อเสนอนั้นส่งให้ Minister Responsible for Trade พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ผู้แทนสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เห็นว่า ควรให้เวลาในการพิจารณาเอกสารทั้งสองเรื่องก่อน

    2. Sub-Committee on Customs Procedures Meeting แต่ละประเทศได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้าน Single Window ดังเช่น ประเทศโคลัมเบียแจ้งว่าได้มีการใช้ระบบ ADI ในเรื่องของ Export มาแล้วประมาณ 2 ปี และกำลังจะเริ่มใช้กับงาน Import ซึ่งผลที่ได้เป็นการลดเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย และ WCO secretariat ได้แจ้งเพิ่มเติมว่ามีการทดลองรูปแบบการใช้ Single Window ในประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศในแถบลาตินอเมริกา ประเทศญี่ปุ่นได้ให้ข้อมูลว่าในปลายปีนี้จะมีการร่วมมือระหว่างประเทศในการใช้ Single Window คือ มาเลเซียกับสิงคโปร์ ญี่ปุ่นกับไทเป เปรูกับเม็กซิโก และนิวซีแลนด์ ส่วนประเทศเกาหลีมีการใช้ Single Window ในการออก Licensing และทำ Custom Clearance

    3. Market Access Group (MAG) : Remanufactured Goods การประชุมนี้ มีวาระที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ สินค้าผลิตซ้ำ (Remanufactured Goods) โดยผู้แทนประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานต่อที่ประชุม MAG เกี่ยวกับการดำเนินงานในการนำ AMM Statement ด้านการอำนวยความสะดวกสินค้าผลิตซ้ำ ไปปฏิบัติ โดยการรวบรวมข้อมูลกฎหมายเกี่ยวกับสินค้าผลิตซ้ำ พบว่าประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับ สินค้าผลิตซ้ำ ขณะที่ประเทศเกาหลีมีมาตรการควบคุมเครื่องมือแพทย์ที่ใช้แล้วอย่างเข้มงวด เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัย และประสิทธิผลของการใช้เครื่องมือแพทย์ นอกจากนั้น เครื่องมือแพทย์ remanufactured จัดเป็นสินค้าใช้แล้ว

    3.5 การประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 65 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม- 26 พฤษภาคม 2555 กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถสรุปได้ ดังนี้

    1. Nutrition: maternal, infant and young child nutrition ที่ประชุม WHA ครั้งที่ 65 มีมติรับรองแผนปฏิบัติการ comprehensive implementation plan on maternal, infant and young child nutrition ซึ่งเป็นแผนมุ่งลดปัญหาโภชนาการในทารก เด็กเล็ก รวมทั้งหญิงวัยเจริญพันธุ์ และหญิงตั้งครรภ์ นอกจากนั้นประเทศไทยได้มีข้อเสนอต่อแผนปฏิบัติการ ที่ควรต้องพิจารณาใช้มาตรการทางอาหารและการเกษตร รวมถึงมาตรการทางราคาและภาษี ก่อนที่จะใช้มาตรการแจกจ่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือการเติมสารอาหารในอาหารต่างๆ  ทั้งยังขอให้มีการควบคุมอาหารที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพไปพร้อมๆกับการควบคุมนมสำเร็จรูปสำหรับทารกและอาหารทดแทนนมแม่

    2. Substandard/spurious/falsely-labelled/falsified/counterfeit medical products สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายืนยันท่าที เรื่อง การดำเนินการเรื่องยาปลอม/ยาต่ำกว่ามาตรฐาน คือ นิยามของคำว่า “SSFFC” จะต้องชัดเจนและมุ่งเน้นในด้าน Public health เป็นหลัก โดยจะต้องไม่เชื่อมโยงกับข้อพิพาทใดๆทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property) รวมทั้งจะต้องมีความยืดหยุ่นและคำนึงถึงบริบทด้านกฎหมายของแต่ละประเทศ และการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับปัญหาด้านยาปลอม จะต้องไม่ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาชื่อสามัญ (Generic drugs) ที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศกำลังพัฒนา

    ที่ประชุม WHA ครั้งที่ 65 มีมติให้จัดตั้งกลไกใหม่เพื่อการประสานงานระหว่างประเทศในการดำเนินการเรื่องยาปลอม/ยาต่ำกว่ามาตรฐานด้วยมุมมองด้านประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่เกี่ยวข้องกับการค้าและสิทธิบัตร เมื่อทำงานเป็นเวลา 3 ปี แล้วให้ทบทวนกลไกใหม่นี้ และมีมติเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเข้าร่วมกลไกด้วย

    3. Consultative Expert Working Group on Research and Development: Financing and Coordination

    ที่ประชุม WHA ครั้งที่ 65 มีมติให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์ข้อเสนอด้านแหล่งทุนและการประสานงานเพื่อการวิจัยและพัฒนา โดยจะสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ neglected diseases ซึ่งมักเกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา และที่ประชุมเรียกร้องให้มีการประชุมทั้งสามระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก เพื่อปรึกษาหารือถึงรายงานข้อเสนอการสร้างกลไกทางการเงิน และการประสานงาน

    3.6 การประชุมคณะกรรมการการเจรจาการค้าไทย-อินเดีย (India-Thailand Trade Negotiating Committee: ITTNC) ครั้งที่ 23 เมื่อวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2555  ประเทศอินเดีย มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถสรุปได้ ดังนี้

    1. การเจรจาในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือ และได้บทสรุปที่เห็นพ้องใน 2 หัวข้อหลัก คือ ข้อบทความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือทางศุลกากร ซึ่งข้อบทความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าให้เปลี่ยนหัวข้อเป็น “Traditional and Modern Healthcare

    2. ข้อบทมาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ได้ข้อสรุปที่สำคัญ คือ การบังคับติดฉลาก ทั้งสองฝ่ายตกลงให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างกัน เช่น การที่อินเดียต้องการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างจริงจังและรวดเร็ว จึงผลักดันให้มีการระบุกรอบระยะเวลาในการทำ MRA และการยอมรัมาตฐาร่วม (Equivalence) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 12 เดือน ซึ่งประเทไทยไม่ขัดข้องในหลักการที่จะจัดทำ MRA กับอินเดียในอนาคต แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องกรอบเวา และควรหารือเรื่อง MRA ภายใน 3 เดือน หลังความตกลงฯ มีผลบังคับใช้แล้ว และการแต่งตั้ง facilitator ซึ่งอาจเป็นประเทศที่สาม เพื่อดำเนินการหารือและแก้ไขปัญหาเรื่อง TBT ที่เกิดขึ้นภายใต้ความตกลงฯ แต่ไทยไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีความซ้ำซ้อนกับกลไกการระงับข้อพิพาท ซึ่งต้องมีการหาข้อสรุปในการเจรจาครั้งต่อไป

    3. ข้อบทมาตรการสุขอนามัยพืช และสุขอนามัยสัตว์ (SPS)  ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน คือ  ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ทางเทคนิค แต่ในเนื้อหาส่วนใหญ่ ยังมีแนวคิดที่แตกต่างกัน เช่น อินเดียต้องการให้มีกลไกการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมภายใต้ FTA เนื่องจาก ห็นว่าการดำเนินการที่ผ่านมามีปัญหาล่าช้าอย่างมาก ในขณะที่ไทยมีความเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นสมาชิก WTO และมีพันธกรณีที่ต้องปฎิบัติตามอยู่แล้ว และเห็นว่าข้อบท SPS ควรมีความกระชับ และเรียบง่าย ซึ่งต้องมีการหาข้อสรุปในการเจรจาครั้งต่อไป

    3.7 การประชุม Brunei Darussalam, Indonesia, Malaysia, Singapore and Thailand (BIMST) ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554- 2 ธันวาคม 2554 ประเทศสิงคโปร์ มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถสรุปได้

    1. การเลือกบริโภคอาหารที่ทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ (Healthy food) นับเป็นข้อปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและคำนึงถึงมาตรฐานที่แตกต่างในการกำหนดว่าอาหารประเภทใดจะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นบทบาทของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้มีอาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพ

    2. ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแบ่งปันข้อมูลและการดำเนินการในการดูแลควบคุมอาหารให้ปลอดภัย รวมทั้งการดำเนินมาตรการอาหารปลอดภัย

    3. ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดประชุม BIMST Public Health Conference ครั้งที่ 16 จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณธันวาคม 2555

    4. ปัญหา/อุปสรรค

                1. คณะทำงานเข้าร่วมการประชุมไม่ครบ ทุกหน่วยงาน ทำให้การพิจารณาในวาระที่สำคัญไม่สามารถพิจารณาและสรุปเป็นมติที่ประชุมได้

                2. ผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม ขาดการประสานงานให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานตนเองทราบและดำเนินการตามมติที่ประชุม ทำให้การดำเนินการและข้อปฏิบัติตามมติที่ประชุมไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ

                3. หน่วยงานไม่ได้ให้ความสำคัญกับภารกิจต่างประเทศ และการให้ข้อมูล/ข้อคิดเห็นประกอบการตอบข้อคิดเห็นให้กับหน่วยงานภายนอกเป็นไปอย่างล่าช้า

     

     

     ผลการดำเนินงานคณะทำงานบริหารภารกิจด้านการต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2554 

    คณะทำงานภารกิจด้านการต่างประเทศ จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ 359/2551 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2551 โดยมีองค์ประกอบคณะที่ปรึกษา 14 คน และคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 19 หน่วยงาน

    วัตถุประสงค์

    1. เพื่อพัฒนาและให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวกับกิจการต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    2. จัดทำแผนการประชุมและแผนพัฒนาองค์กรที่เกี่ยวกับงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    3. เพื่อพัฒนาแผนงานและโครงการความร่วมมือในส่วนของภารกิจด้านการต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    การดำเนินงานตามมติที่สำคัญ

    ในปีงบประมาณ 2554 ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจด้านต่างประเทศจำนวน 4 ครั้ง ใช้งบประมาณทั้งสิ้น    บาท โดยมีหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องตามองค์ประกอบของคณะทำงานและร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นและดำเนินการตามมติ ดังนี้

    1. การประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจต่างประเทศ ครั้งที่ 27-1/2554 วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553

    - ติดตามความคืบหน้าของประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาควรดำเนินการตามมติ WHA ครั้งที่ 63

    - การนำหลักการปฏิบัติสำหรับกระบวนการเจรจาระหว่างประเทศ (Code of Conduct) สู่การปฏิบัติ

    - การพัฒนาทีมเจรจา

    - การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน โดยการจัดทำ Action Plan

    - แผนการดำเนินงาน GRP ในโครงการ Good Regulatory Practice

    2. การประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจต่างประเทศ ครั้งที่ 28-2/2554 วันที่ 13 มกราคม 2554

    - การเตรียมการงบรายจ่ายอื่นตามแผนภารกิจต่างประเทศ ปี 2555

    - ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านยาปลอม

    - การจัดทำแผนระดับกรมด้านความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบอาเซียน

    - การจัดทำโครงการสัมมนาเรื่องการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าของอาเซียนกับการคุ้มครองผู้บริโภค

    - พิจารณาร่างแผนกิจกรรมโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ในสาขามาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง

    - ปรับปรุง (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์ต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    - การติดตามการดำเนินการตามหลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการเจรจาระหว่างประเทศ (Code of Conduct)

    3. การประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจต่างประเทศ ครั้งที่ 29-3/2554 วันที่ 9 มีนาคม 2554

    - จัดทำท่าทีของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต่อการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ACCSQ) ครั้งที่ 36 ณ เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 14-18 มีนาคม 2554

    - การเตรียมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC 2015) 

    - โครงการสัมมนาการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงที่เกี่ยวกับการค้าสินค้าของอาเซียน กับงานคุ้มครองผู้บริโภคเรื่อง “ผนึกกำลังผลิตภัณฑ์สุขภาพ สู่ประชาคมอาเซียน 2015”

    4. การประชุมคณะทำงานบริหารภารกิจต่างประเทศ ครั้งที่ 30-4/2554 วันที่ 26 กรกฎาคม 2554

    - จัดทำท่าทีของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต่อการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ACCSQ) ครั้งที่ 37 ณ เมืองดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2554

    - ติดตามทบทวนแผนการการใช้งบประมาณรายจ่ายอื่นตามแผนภารกิจต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประจำปีงบประมาณ 2554

    - ทบทวนแผนภารกิจต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประจำปีงบประมาณ 2555

    - เตรียมการจัดทำกรอบเจรจาความตกลงด้านมาตรฐาน และการตรวจสอบรับรองภายใต้ ACCSQ

     

    ปัญหา/อุปสรรค

    1. คณะทำงานเข้าร่วมการประชุมไม่ครบ ทุกหน่วยงาน ทำให้การพิจารณาในวาระที่สำคัญไม่สามารถพิจารณาและสรุปเป็นมติที่ประชุมได้

    2. ผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม ขาดการประสานงานให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานตนเองทราบและดำเนินการตามมติที่ประชุม ทำให้การดำเนินการและข้อปฏิบัติตามมติที่ประชุมไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ

    3. หน่วยงานไม่ได้ให้ความสำคัญกับภารกิจต่างประเทศ และการให้ข้อมูล/ข้อคิดเห็นประกอบการตอบข้อคิดเห็นให้กับหน่วยงานภายนอกเป็นไปอย่างล่าช้า