กระทรวงสาธารณสุขมีภาระกิจในการจัดหายาเสพติดให้โทษประเภท 2 และประเภท 4 และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 เพื่อให้บริการแก่สถานพยาบาลต่างๆทั้งของรัฐ และเอกชน สถานพยาบาลทันตกรรม และสถานพยาบาลสัตว์ ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองควบคุมวัตถุเสพติดเป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบการดำเนินงานของเงินทุนหมุนเวียน มีหน้าที่ ภารกิจ เพื่อซื้อ ขาย ผลิตยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท อาทิ อะซิติคแอนด์ไฮไดรด์ และอะซิติคคลอไรด์ เพื่อสำหรับใช้ในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ทั่วไป

• พ . ศ .2466 มีการจัดตั้งเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด วงเงินอนุมัติ จำนวน 50,000 บาท และถูกระงับไปโดยผลของพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ . ศ .2491 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ . ศ .2495

• พ . ศ .2517 มีระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด ( ฉบับที่ 1) กำหนดให้ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา มีอำนาจวางระเบียบปฏิบัติภายในเกี่ยวกับการดำเนินงานของเงินทุนฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัดกุม และเหมาะสม


• พ . ศ . 2520 ออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด ( ฉบับที่ 2) แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด พ . ศ .2517

• พ . ศ . 2521 ออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด ( ฉบับที่ 3) แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด พ . ศ .2517


 

...การบริหารและการดำเนินงาน...
ปัจจุบันงานเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด ดำเนินงานภายใต้กองควบคุมวัตถุเสพติด เมื่อมีการพัฒนาโครงสร้างอัตรากรอบ อัตรากำลัง รวมทั้งการนำระบบ IT มาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับโครงสร้างระบบงานแล้ว จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกลุ่มงานบริหารวัตถุเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์ รับผิดชอบด้านการบริหารและดำเนินงาน มีหน้าที่ในการวางแผนการใช้จ่ายเงินและจัดทำประมาณการรายจ่ายประจำปี เสนอขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง ควบคุมการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ และควบคุมการซื้อ / ขาย รวมถึงการตรวจรับ / ส่งมอบยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่างๆ ตลอดจนดำเนินงานอื่นๆให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันได้มีการนำเอาระบบการวิเคราะห์องค์กรแบบ SWOT Analysis มาใช้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดทิศทาง เพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคต่างๆ ขององค์กร มีการนำเกณฑ์ K.P.I มาเป็นตัวชี้วัดและประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละกิจกรรม ตามที่ ก . พ . ร . กำหนด เพื่อจะเป็นหน่วยงานที่ได้มาตรฐาน โดยในปี 2548 กระทรวงการคลังได้จัดให้มีการประเมินเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมด 10 เงินทุนหมุนเวียนและเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด เป็นหนึ่งในเงินทุนหมุนเวียนที่ได้จะได้รับการประเมินโดย บริษัททริส และกำลังเข้าสู่ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ตามนโยบายของรัฐบาล ต่อไป

 
..ความหมาย...

 

วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

      เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งในระบบประสาทส่วนกลางมีสารเคมีที่ควบคุม การทำงานของร่างกาย หลายระบบ เช่น วัตถุออกฤทธิ์มีผลทำให้ไม่อยากกินอาหาร ใช้ประโยชน์ในการลดความอ้วน หรือบางชนิดออกฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 แบ่งเป็น 4 ประเภท 
      1. วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 ไม่มีประโยชน์ในทางการแพทย์ ห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่าย เช่น เตตราไฮโดรเจนแคนนาบินอล เป็นต้น
      2. วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 มีประโยชน์ทางการแพทย์ ผลิต นำเข้า โดยกระทรวงสาธารณสุข และจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม และสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นผู้จ่ายยาให้แก่คนไข้ของตน ไม่มีขายตามร้านขายยยา เช่น กลุ่มยาลดความอ้วน เช่น เฟนเตอร์มีน กลุ่มยานอนหลับ เช่น มิดาโซแลม โซฟิเดม กลุ่มยานำสลบ เช่น เคตามีน(ยาเค) กลุ่มวัตถุดิบ เช่น ซูโดอีเฟดรีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า แต่ปกติเป็นส่วนผสมในการผลิตยาบรรเทาอาการหวัด
      3. วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 มีประโยชน์ทางการแพทย์ มีโอกาสเสพติดน้อยกว่าประเภท 2 สามารถขายตามร้านขายยาได้แต่ต้องขายตามใบสั่งแพทย์ เช่น บูพรีนอร์ฟีน (ยาแก้ปวด อมใต้ลิ้น) 
      4. วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 มีประโยชน์ทางในทางการแพทย์ แต่โอกาสเสพติดน้อยกว่าประเภท 3 กลุ่มใช้ทำยาสงบประสาท เช่น ไดอาซีแพม อัลปราโซแลม คลอร์ไดอาซีพอกไซด์


ยาเสพติดให้โทษ

      ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทส่วนกลาง เช่นกัน แต่ออกฤทธิ์เฉพาะแห่ง เช่นส่วนที่ทำให้เกิดอาการปวด จึงใช้แก้ปวดที่รุนแรงได้ผลดี แต่เสพติดได้ง่าย ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน เมื่อหยุดใช้ยาจะเกิดอาการถอนยา
ยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แบ่งเป็น 5 ประเภท 
      1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครอง เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญาต เช่น เฮโรอีน ยาบ้า 
      2. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 มีประโยชน์ทางการแพทย์ ผลิตหรือนำเข้า โดยกระทรวงสาธารณสุข และจำหน่ายให้แก่ผู้มีใบอนุญาตจำหน่าย หรือครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม และสัตวแพทย์ เช่น กลุ่มยาที่ใช้ในการแก้ปวด เช่น เฟนตานิล โคเคน กลุ่มยาที่ใช้ในการักษาผู้ที่ติดยาเสพติด เช่น โอเปี่ยมทิงเจอร์ เมทาโดนน้ำ กลุ่มยาที่ใช้ในการผ่าตัด มอร์ฟีน เฟนตานิล กลุ่มยาที่ใช้เป็นวัตถุดิบ (สำหรับใช้ในการผลิตวัตถุเสพติดในประเภท 3) เช่น โคเดอีน ผิ่นยา
      3. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ผสมกับยาชนิดอื่น ได้ผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป เช่น ยาแก้ไอ หรือยาแก้ปวด ( มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม) 
      4. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ใช้เป็นวัตถุดิบในทางอุตสาหกรรม หรือวิทยาศาสตร์ นำเข้าโดยกระทรวงสาธารณสุข ขายให้แก่ผู้มีใบอนุญาต จากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษโดยตรง แต่เป็นสารตั้งต้นที่นำไปผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษได้ เช่น อะเซติกแอนไฮไดร์ (ผลิตเฮโรอีน) มีประโยชน์ทางอุตสาหกรรมในการผลิตแป้งคุณสมบัติที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้กระบวนการผลิตสี หรือประโยชน์ ทางด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ กลุ่มเออกอร์ต (ผลิต LSD) ส่วนผสมในการผลิตยา เช่น ยารักษาไมเกรน
       5. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ส่วนใหญ่เป็นพืชที่ทำให้เกิดการเสพติดได้ เช่น กระท่อม ต้นฝิ่น เห็ดขี้ควาย กัญชา ห้ามผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก